FIRST. [6]
posted on 18 Jan 2009 20:58 by khapp in F-I-R-S-TF I R S T.
Fan fiction.
Yaoi style
YunJae ft. YooSu
First.......[6]
"อะไร แค่ให้ชั้นติดรถไปด้วยแค่นี้ทำไมนายต้องทำหน้าแบบนี้ทุกทีล่ะ" เสียงใสเอ่ยถามพลางมองไปยังอีกคนที่คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซต์ของตัวเอง ท่าทางหน้าตาของอีกฝ่ายที่ไม่ได้บ่งบอกว่าอยากจะมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยสักเท่าไหร่นัก
"ถ้านายไม่อยากถูกทิ้งไว้นี่ก็อย่าถามได้ไหม" เสียงยูชอนบอกเอ่ยผ่านหมวกกันน๊อคสีเข้มออกมา
"ง่ะ ก็ได้ ไม่ถามแล้ว แต่นายหันมานี่ก่อน" เสียงใสเอ่ยบอกออกมา
"นี่กี่นิ้ว?" คำถามมาพร้อมกับเจ้าของร่างเล็กที่ชูนิ้วขึ้นสามนิ้วพร้อมหน้าตาจริงจัง
"นายทำบ้าอะไรน่ะ?" เสียงยูชอนถามอีกคนออกมาอย่างไม่เข้าใจเอาเสียเลย
"ฮิยะฮะฮะ ก็เช็คสตินายไง ดูว่านายไม่ได้เมาจนเบลออยู่ เพราะชั้นจะได้ติดรถนายไปอย่างสบายใจไม่ต้องกลัวไปทิ้งชีวิตไว้ข้างทางที่ไหนไง" เสียงจุนซูเอ่ยบอกออกมา
เช็คสติ?...
ยูชอนคิดพลางมองหน้าอีกคนผ่านหมวกกันน๊อคสีเข้มนั้นอย่างไม่เข้าใจระดับสติปัญญาของอีกฝ่ายเอาเสียเลย...
ยืนคุยกันมาตั้งนานขนาดนี้ยังต้องเช็คสติอีกเหรอ???
"สองนิ้ว"
"หา?????"
"นายหาอะไร?"
"งั้นเอาใหม่ นายดูใหม่อีกทีนะ นี่กี่นิ้ว" เสียงจุนซูเอ่ยถามออกไปอีกครั้งพร้อมกับนิ้วที่เปลี่ยนจากสามเหลือเพียงหนึ่งนิ้ว
"สองนิ้ว" เสียงทุ้มเอ่ยตอบออกมาเรียบๆ
"??"
"อย่ามาทำยืนงงแบบนั้น ถ้าไม่ขึ้นอีกชั้นจะไปจริงๆแล้วนะ" เสียงยูชอนเอ่ยบอกออกมาอย่างตัดรำคาญ พร้อมกับเสียงเครื่องมอเตอร์ไซต์ที่ถูกสตาร์ทการทำงานขึ้น ทำเอาจุนซูที่ยืนอยู่รีบสาวเท้าแล้วพาตัวเองขึ้นไปซ้อนอย่างรวดเร็ว ท่าทางที่ทำเอาเจ้าของรถต้องส่ายหัวออกมา ก่อนจะขับรถทะยานออกไปท่ามกลางความมืดของถนนกลางดึกแบบนี้ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ไม่ได้ดูเย็นชาเหมือนทุกที เพราะภายใต้หมวกกันน๊อคสีเข้มนั้นมันมีรอยยิ้มบางๆอยู่ในนั้น...
.
.
.
"เฮ้อ...." เสียงถอนใจมาพร้อมกับเจ้าของร่างสูงที่ยืนมองคนที่หลับไปแล้วบนฟูกที่ปูเอาไว้ที่พื้นตามสไตล์ห้องนอนแบบดั้งเดิม เจ้าของใบหน้าสีเรื่อที่ตอนนี้หลับสนิทอย่างไร้สติอยู่กับตัวจนแม้แต่ถูกเขาแบกขึ้นมาถึงนี่ก็ยังไม่มีกระดิกเลยสักนิด..แต่มันก็เรื่องปกติเพราะเจ้าตัวก็ไม่ใช่คนคอแข็งอะไร ดื่มมาก่อนจากร้านแล้วแถมยังมานั่งดื่มต่อกับเขาอีก... แถมยังหลับไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย...
ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ชอบกลั่นแกล้งเขานักนะ... คำพูดพวกนั้นกว่าจะตัดสินใจพูดออกมาได้ มันไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆเลย
ยุนโฮคิดพลางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นมองคนบนฟูกที่หลับไปแล้วไปเรื่อยๆ
"ใครบอกว่าเป็นชั้นแล้วจะต้องโชคดีเสมอไป... คิดว่านายแอบชอบคนอื่นเป็นอยู่คนเดียวหรือไงแจจุง..." เสียงทุ้มเอ่ยบอกออกไปกับอีกคนที่หลับไปแล้ว..
"ทำไมมันถึงได้เป็นแบบนี้นะ..." ทำไมเขาต้องมาชอบเอาคนที่ไม่ได้มองเขาเลยด้วย
มือหนาจัดการดึงเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างอีกคนเอาไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหยุดปลายนิ้วไว้ที่เส้นผมสีดำขลับนั้นอย่างอดเสียไม่ได้... เส้นผมตามธรรมชาติ ที่ไม่ได้ผ่านการจัดทรงหรือทำอะไรลงไป
"อืม...ถ้าว่ากันตามปกติ คงเป็นเพราะคนเรามักต้องการหรือโหยหาในสิ่งที่ตัวเองไม่มี หรือคิดว่าตัวเองไม่มี แต่เรื่องพวกนี้บางทีมันก็เชื่อไม่ค่อยได้หรอก" เสียงชางมินแทรกความเงียบขึ้นมา เสียงที่ทำเอายุนโฮที่นั่งอยู่รีบชักมือตัวเองกลับมาแทบไม่ทัน ก่อนจะหันไปพบว่าตรงบานประตูนั้นมันมีเจ้าของเสียงยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
"น.. นายมาแล้วเหรอ ...แจจุงเมาหลับน่ะ ชั้นเลยพาขึ้นมานี่...จะกลับแล้วล่ะ" เสียงยุนโฮที่ยังตั้งหลักไม่ทันเอ่ยบอกออกไป
ให้ตายเหอะ ทำไมเขาต้องรู้สึกกลัวไอ้เด็กคนนี้กันด้วยวะ (- -") เจ้าของร่างสูงที่ตอนนี้พาตัวเองลุกขึ้นเตรียมออกไปแล้วคิดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง...
ทำเป็นคนมีความผิดติดตัวไปได้ ช่างไม่เข้าท่าเอาเสียเลย...
"ดูท่ายังไงคราวนี้มีคนต้องเสียหมื่นวอนแน่ๆ" เสียงชางมินเอ่ยขึ้นมาลอยๆเมื่ออีกคนกำลังจะเดินผ่านไปพลางยกยิ้ม...
"???"
"นายชอบพี่ชั้นสินะ"
?!!
เสียงคำพูดโผล่งออกมาตรงๆ คำถามตรงๆที่มาแบบไม่ตั้งตัวทำเอายุนโฮที่กำลังจะสาวเท้าออกไปชะงักนิ่งอย่างตั้งหลักไม่ทัน
ปล่อยให้ดวงตาอันชาญฉลาดของชางมินกำลังมองดูชายหนุ่มเพื่อนของพี่ชายอย่างสังเกตท่าที
"...ชั้น..." เสียงทุ้มหลุดลอดออกมาเท่านั้น ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือของตัวเองจะดังขัดขึ้นมาช่วยชีวิตไว้เสียก่อน มือหนารีบล้วงมันขึ้นมารับแล้วเดินหายออกไปไม่พูดอะไรที่เป็นการตอบคำถามอีกคนออกมาอีก..
ชางมินมองคนที่เดินออกไปแล้วอย่างนิ่งเงียบ... และมั่นใจว่าที่ตัวเองคิดไว้มันไม่มีทางผิดแน่
แต่ถ้านาย แค่ยอมรับมันออกมาก็ยังไม่กล้า ความจริงก็ไม่น่าจะต้องมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้แบบนี้เลย
ไปหาคนอื่นที่ตัวเองกล้าพูดว่าชอบคบไปไม่น่าจะดีกว่าหรือไง
ชางมินคิดก่อนจะจัดการปิดไฟในห้องนอนของพี่ชายตัวเองแล้วเดินหายออกไปพร้อมกับบานประตูที่เลื่อนปิดลง
.....
"โทรมาทำไมป่านนี้น่ะจุนซู" เสียงยุนโฮเอ่ยถามอีกคนออกไปอย่างแปลกใจ เพราะดึกขนาดนี้ ถ้าเขาจำไม่ผิดลูกคุณหนูอย่างเพื่อนเขามันนอนหลับไปแล้วไม่ใช่เหรอไง
"หือ ให้ไปรับ? ป่านนี้เนี่ยน๊ะ?" ใบหน้าหล่อเหลาเลิกคิ้วคิด เพราะถ้าจำไม่ผิดนี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้ว ไม่ใช่เที่ยงวัน
"นายไปทำอะไรอยู่แถวนั้นล่ะ"
"ได้ เดี๋ยวชั้นไป" เสียงทุ้มเอ่ยกรอกกลับไป ก่อนจะไปจัดการถอยรถของจีฮุนแล้วขับหายออกไป
.
.
.
///////////////////
"แจจุง..."
"แจจุง!"
"หะ หา?!!! มีอะไรเหรอ?" แจจุงที่ยืนใจลอยอยู่สะดุ้งโหยงทันทีกับเสียงเรียกพลางหันไปยังข้างหลังที่ตอนนี้มีใครอีกคนเดินออกมาจากตัวบ้าน
"นายจะออกไปไหนน่ะ" ยุนโฮถามพลางมองไปยังอีกคนที่วันนี้ดูหอบของพะรุงพะรังกว่าทุกที
"ของที่น้าชั้นโทรมาฝากซื้อน่ะ จะเอาไปให้ที่บ้านป้ากึมเอ เพราะเห็นว่าเย็นนี้หลานชายจะไปซุงนัม เลยขอฝากติดรถไปด้วย" เสียงแจจุงเอ่ยอธิบายอีกคนออกไป ก่อนจะหอบเอากล่องกระดาษใบใหญ่ให้กระชับขึ้น พร้อมกับถุงในมือที่พ่วงติดมาด้วยอีก
"มานี่ เดี๋ยวชั้นช่วย" เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางจัดการส่งมือของตัวเองออกไปรับเอากล่องที่อีกฝ่ายถืออยู่มาแทน หากแต่ข้าวของที่พะรุงพะรังนั้นก็ทำเอากล่องที่ถืออยู่แทบจะร่วงลงพื้นไปแล้วถ้าไม่ติดว่าอีกคนคว้าเอาไว้ได้ทันท่วงที
"ช..ชั้นขอโทษ"
"ไม่เป็นไร แต่มันหนักจริงๆนั่นละ ดีนะที่ชั้นออกมาเห็นก่อนไม่งั้นนายหอบไปคนเดียวแบบนี้ หนักแย่"
"อืม..."
"ตกลงพรุ่งนี้นายก็เริ่มกลับไปทำงานที่ร้านหนังสือนั่นอีกแล้วละสิ"
"อือ ก็มันปิดปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ก็คงต้องไปทำต่อ ชั้นว่าจะทำไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้งานประจำ" เสียงเบาเอ่ยบอกออกมา
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ส่วนชั้น ถ้าชั้นยังไม่ได้งานที่ชอบก็จะกลับไปเริ่มงานที่บ้านแล้วเหมือนกัน"
"นายจะกลับไปอยู่บ้านใหญ่เหรอ" เสียงแจจุงเอ่ยถามพลางลอบมองกลับมา
"นายว่ายังไงละ นายว่าชั้นควรจะกลับไปดีรึเปล่า"
"อะไรกันมันก็ต้องแล้วแต่นายสิ ...ถามชั้นทำไมกัน"
"ก็ชั้นอยากรู้ความเห็นนายยังไงล่ะ... แต่ช่างเถอะ ดูก่อน ถ้าได้งานที่ต้องการ ก็อาจจะอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยๆก็ได้" เสียงทุ้มเอ่ยบอกออกไป... ดวงตาเรียวลอบมองอีกคน คำตอบไถๆไปเรื่อยที่มันไม่ได้ตรงกับความจริงเอาเสียเลย...เพราะความจริงน่ะ เขาอยากจะไปไกลจากคนข้างๆนี่ที่ไหนกัน
"จริงสิ เมื่อคืน... ขอบใจนะที่แบกชั้นเข้าบ้าน"เสียงเบาของอีกคนเอ่ยบอกกลับมา
"อ้อ ไม่เป็นไรหรอก แต่ชั้นไม่คิดเลยนะ ว่านายจะหลับกลางอากาศแบบนั้นได้ด้วย" เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางมองไปยังอีกคน
"แต่... เมื่อคืนเราคุยค้างถึงตรงไหนนายจำได้รึเปล่า?" เสียงยุนโฮเอ่ยถามต่อออกไปพลางมองอีกคน อย่างนึกขึ้นได้
"...เมื่อคืนเหรอ...ชั้นจำไม่ได้แล้วล่ะรู้แต่ว่านายพูดเรื่องน้องโยริน อะไรสักอย่าง...แต่ที่เหลือจำไม่ได้แล้ว" เสียงเอ่ยบอกออกมาพลางพยายามนึกหากแต่ก็ดูเหมือนในสมองมันจะมีอยู่เท่านั้นจริงๆ
"นายจำได้แค่นั้นจริงๆเหรอ?"
"อืม...เท่านั้นละ....ทำไมเหรอ" เสียงแจจุงเอ่ยบอกพลางมองสีหน้าอีกคนที่นิ่งไปชั่วขณะอย่างไม่เข้าใจ
"เปล่าก็แค่ถามดูน่ะ... ถึงแล้วนายกดกริ่งเรียกสิ" เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังนึง ดวงตาเรียวมองแจจุงที่เดินไปทำตามที่เขาว่าอย่างนึกคิดกับคำบอกก่อนหน้าที่เพิ่งได้ยินมา
คำบอกที่มันทำเขาเสียดายอยู่ลึกๆ เพราะกว่าจะกล้าพูดมันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่...อีกใจนึงก็กลับดีใจที่อีกฝ่ายหลับไปแบบนั้น...เพราะถ้าตอนนั้นแจจุงยังมีสติครบ เขาอาจจะต้องได้ยินคำปฏิเสธกลับมาก็ได้...
ในเมื่อความจริงก็รู้อยู่ว่าคนที่แจจุงชอบนั้นมันไม่ใช่เขาเลย
.....
.
.
.
"อ้าว วันนี้อยู่นี่กันเหรอ" เสียงจีฮุนในชุดนอนลายการ์ตูนที่เพิ่งตื่นลงมาจากข้างบนเอ่ยทักขึ้นทันทีที่เห็นว่าห้องนั่งเล่นนั้นมันไม่ได้ว่างเปล่าอย่างทุกที
"นี่มันบ้านผมเหมือนกันแล้วทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะ" เสียงยุนโฮเอ่ยบอกกลับไป เพราะความจริงบ้านหลังนี้คนออกเงินนั่นมันพ่อกับแม่ต่างหาก
"เปล่า ชั้นก็นึกว่าแกจะไม่อยู่ไง แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่เหรอแจจุง" เสียงจีฮุนถามเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะนั้นมันมีหนังสือหลายเล่มที่ตั้งกองไว้อยู่
"ช่วยกันดูงานอยู่น่ะฮะ" เสียงแจจุงเอ่ยบอกออกไป เพราะหลังจากนั่งเลือกดูงานในหน้าหนังสือเป็นเพื่อนยุนโฮมาได้พักใหญ่ก็ยังดูว่าจะไม่ได้เรื่องเสียที
"หือ ไปทำที่บริษัทพี่เอามั๊ยแจจุง" เสียงจีฮุนเสนอออกมาพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้างๆคนถูกถาม สิ่งที่ทำเอายุนโฮที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักนิ่ง ดวงตาเรียวที่เคยสนใจอยู่ในหน้าหนังสือกำลังมองเหลือบมองภาพตรงหน้าอย่างขัดใจลึกๆ
"มีตำแหน่งว่างเหรอฮะ" เสียงแจจุงเอ่ยถามออกไปอย่างสนใจ ก่อนจะต้องหันหน้าตัวเองกลับมาจับจ้องยังหนังสือแทบไม่ทันเมื่อดูเหมือนพี่สาวคนสวยจะนั่งใกล้เขามากกว่าทุกที
ใบหน้าที่ปกติเคยขาวจัดจนติดซีดไปบ้างเลยแดงเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้... ภาพที่ทำเอาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเริ่มมือไม้สั่น (- -") ดวงตาเรียวเหลือบมองพี่สาวที่ช่างโผล่มาไม่รู้กาลเทศะอย่างพยายามอดทน...
อดทน... เพราะเขารู้ว่าพี่เขาไม่คิดอะไรกับแจจุงแน่ๆ...
อดทน...เพราะ สักวันแจจุงอาจจะเขินแบบนั้นกับเขาบ้างก็ได้...
บางที แจจุงอาจจะแอบมองเขาอย่างที่กำลังมองพี่เขา...
ใช่ มันอาจจะเป็นแบบนั้นสักวัน...
แต่...
สักวันนี่มันเมื่อไหร่กัน!?
พรึ่บ!!
"นายเป็นบ้าอะไรน่ะ??" เสียงจีฮุนถามขึ้นพลางมองเจ้าของที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นพรวดพราดอย่างไม่เข้าใจ แถมไม่ได้ลุกธรรมดา ยังเอื้อมมาคว้าเอาแจจุงที่นั่งอยู่ดีๆให้ลุกตามขึ้นด้วยเสียอย่างนั้น
"เปลี่ยนใจแล้ว เดี๋ยวไปนั่งเล่นบ้านนายดีกว่าแจจุง ไป เดี๋ยวชั้นจะได้ช่วยนายทำอะไรกินตอนเย็นไปด้วยเลย" เสียงทุ้มเอ่ยบอกจีฮุนเสร็จก็หันไปบอกอีกคนที่ยืนเหวออยู่
"อะ แจจุงจะไปทำอะไรกินเหรอ งั้นพี่ไปด้วย" เสียงจีฮุนบอกพลางรีบลุกตามขึ้นมา
"นอนไปนั่นละดีแล้ว หายเมาแล้วเหรอไง" จะตื่นมาทำไมวะเนี่ย
"ไม่เอาล่ะ ชั้นกำลังจิตใจบอบช้ำ ต้องการที่พักพิง ชั้นพึ่งแกไม่ได้งั้นชั้นก็ต้องพึ่งแจจุงนี่ละ" เสียงจีฮุนบอกพลางคว้าแขนของแจจุงที่ยืนอยู่ข้างๆเอาไว้อย่างเอาจริง
(- -")
เจ้าของใบหน้าขาวจัดกำลังมองแขนสองข้างที่อยู่คนละทิศคนละทางอย่างทำตัวไม่ถูก
"คือ...ไปหลายคนก็ดีออก จะได้ช่วยกันไง" เสียงแจจุงเอ่ยบอกเบาหวิวพลางมองไปยังยุนโฮทีและจีฮุนที
"ดีตรงไหน เกะกะเปล่าๆ" เสียงยุนโฮเอ่ยบอกออกไป
"ว่าชั้นเกะกะ แล้วคิดว่าตัวเองมีประโยชน์มากนักเหรอ แกทำอะไรเป็นนอกจากไปยืนชิมหรือไงยุนโฮ?"
"แล้วพี่ล่ะ ทำได้ดีกว่าคนอื่นนักเหรอถึงพูดแบบนี้" เสียงทุ้มถามกลับออกไปบ้าง
"เหอะ ใครทำได้ดีกว่าเดี๋ยวถึงเวลาก็รู้" เสียงจีฮุนบอกพลางฉวยโอกาสดึงแจจุงที่ยืนอยู่ให้เดินตามออกไปด้วยเป็นการตัดบท ปล่อยให้อีกคนจำต้องปล่อยมือแล้วสาวเท้าเดินตามไปอย่างเซ็งๆแทน
.
.
.
"อืม... อร่อยจังเลย~" เสียงจีฮุนเอ่ยบอกพลางเลื่อนช้อนที่เพิ่งตักซุบในหม้อชิมนั้นไปวางไว้ที่เดิม
"ไม่จืดไปเหรอฮะ?" เสียงแจจุงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามออกมาพลางจัดการคว้าเอาขวดเกลือเล็กๆจากอีกทางมา แจจุงที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำมื้อเย็นโดยมีอีกคนยืนอยู่ข้างๆนั้นทำเอายุนโฮที่ล้างจานอยู่อีกฝั่งถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย...
ถ้าพี่เขามันยังไม่หายจิตใจบอบช้ำแล้วเอาแต่เกาะแจจุงอยู่แบบนี้ เขาคงต้องทนชอกช้ำมองภาพบาดตาบาดใจพวกนี้ต่อไปเรื่อยๆ...
ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย...(- -")
หรือความจริงนี่เป็นโอกาสที่จะให้เขาได้ตัดใจจริงๆเสียทีนะ... เจ้าของใบหน้าเรียวยืนใจลอยคิดไปกับตัวเอง...
เพราะถ้ามันเป็นแบบนี้ พระเจ้าอาจจะกำลังบอกให้เขาเลิกคิดแล้วหันไปมองคนอื่นแบบจริงจังสักทีก็ได้...
"ยุนโฮ"...
"ยุนโฮ!!"
"พี่จะตะโกนทำไม?"
"ก็นึกว่าไม่ได้ยินไง เอาถ้วยใบใหญ่ตรงนั้นมาหน่อย ชั้นจะช่วยตักซุบ" เสียงจีฮุนเอ่ยสั่งอีกคนออกไป พลางหันไปตักซุบในหม้อชิมอีกรอบเมื่อเห็นว่าคนข้างๆเพิ่งจะปรุงรสใหม่ไปอีกครั้ง
"พี่มาหยิบเองก็แล้วกัน ผมไปรับโทรศัพท์ก่อน" เสียงทุ้มเอ่ยบอกพลางจัดการเช็ดมือที่เปียกของตัวเองกับผ้ากันเปื้อนที่สวมไว้ลวกๆ แล้วเดินล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ร้องเตือนขึ้นมานั้นเดินออกหายไปอีกทาง
"เชอะ หยิบเองก็ได้" เสียงจีอุนบอกพลางจัดการพาตัวเองไปคว้าเอาถ้วยใบใหญ่ที่ตั้งอยู่อีกทางมาให้แจจุงที่ตอนนี้จัดแจงปิดเตาเรียบร้อยแล้ว
"ช่วงนี้ยุนโฮมันเหม่อแปลกๆจังเลย มีปัญหาอะไรหรือไง" เสียงจีฮุนบอกออกมาลอยๆ
"เหรอฮะ" เสียงแจจุงเอ่ยรับออกไปพลางพยายามไม่คิดถึงเรื่องที่ยังวนเวียนอยู่ในสมองมากนัก
"แต่ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลยหมอนี่มันก็แบบนี้ละ มีอะไรชอบอมพะนำไว้ไม่พูด แล้วชาวบ้านเค้าจะรู้ได้ยังไง"
"แต่พี่เป็นคนเก่งนะฮะ"
"เก่งเรื่องไหนเหรอ?"
"ก็ผมว่าพี่เข้มแข็ง" เพราะเมื่อวานที่เขาเห็นเจ้าตัวดูจะเสียใจมากจริงๆ แต่วันนี้กลับดูปกติเหมือนกับทุกวันแล้ว
"...."
"หรือว่าความจริงเมื่อวานที่พี่บอกว่าอกหักนั่นพี่ล้อเล่น"
"หือ ไม่หรอก ไม่ล้อเล่นแน่ๆ หมอนั่นเป็นคนที่พี่ชอบมากจริงๆ พี่ถึงไม่ยอมมองคนอื่นยังไงล่ะ"
"ไม่มองเลยเหรอฮะ"
"ใช่ ไม่มองเลย" เสียงจีฮุนตอบพลางจัดการหยิบจานออกมาวางเรียงไว้ไปด้วยอย่างไม่คิดอะไรมากนัก หากแต่คำพูดนั้นทำเอาแจจุงที่ยืนอยู่นิ่งไป ก่อนที่ไม่นานจะเอ่ยพูดต่อออกมา
"แล้ว...ถ้ามีคนชอบพี่ละฮะ พี่จะทำยังไง...ถ้าพี่รู้ว่าไม่มีทางที่จะมองเค้าเลยแบบนี้..." เสียงเบาเอ่ยถามหญิงสาวข้างๆไปอย่างรอคอยคำตอบ
คำถามที่ดังขึ้นทำเอายุนโฮที่กำลังจะเดินกลับเข้าครัวมาต้องชะงักเท้าเอาไว้
"หา มีใครชอบเราแล้วเราไม่ชอบเหรอ?" เสียงจีอุนเอ่ยถามออกมาอย่างสนใจทันที
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกฮะ ผมถามพี่เฉยๆก็เท่านั้นเอง" เสียงแจจุงเอ่ยบอกอีกคนออกไปอย่างรีบแก้ความเข้าใจผิดของอีกคน
"เหรอ อืม... ไม่รู้สิ ก็คงไม่พูดอะไรมั๊งแค่ไม่พูดก็เป็นการปฏิเสธเลี่ยงๆแล้ว แต่ถ้าเค้าต้องการความชัดเจนก็คงต้องพูดออกไปตรงๆ เค้าจะได้ไม่ต้องไปคิดมากอีกยังไงล่ะ"
"แล้ว...ถ้าเป็นคนใกล้ตัวละ พี่จะกล้าพูดตรงๆรึเปล่า.." เสียงแจจุงเอ่ยถามกลับออกไปอีกครั้ง
"ถ้าเป็นคนใกล้ตัวเหรอ" เสียงจีฮุนถามพลางมองไปยังอีกคนอย่างแปลกใจ
"ใช่ฮะ...อย่างเช่น...ถ้าเกิดว่า...คนๆนั้น..."
"เป็น...ผมเอง..."
.
.
.
"อ้าว แก ออกมาพอดีเลย ว่าแล้วว่าต้องอยู่บ้านนี้" เสียงคังอินที่เพิ่งมาถึงเอ่ยทักทายร่างสูงที่เพิ่งออกมาจากบ้านข้างเคียงออกไป
"...."
"เงียบอะไร นี่ไงชั้นเอาใบสมัครตำแหน่งที่แกอยากได้มาให้แล้ว อย่าทำหน้าแบบนั้นสิวะ" เสียงคังอินบอกเพื่อนออกไป พลางส่งซองเอกสารที่หยิบออกจากรถมาด้วยไปให้อีกคน
"ขอบใจ" เสียงยุนโฮเอ่ยบอกอีกคนออกไป ก่อนจะเดินถือซองนั้นข้ามรั้วกลับไปยังฟากบ้านของตัวเองอย่างไม่สนใจเอกสารในมือมากนักท่าทางที่ทำเอาคังอินแปลกใจ
"เป็นอะไร ทำหน้าแปลกๆ" เสียงคังอินเอ่ยถามอีกคนออกไป
"ก็ไม่เชิง...กำลังคิดเรื่องงานอยู่นั่นละ"
"??"
"ชั้นว่า บางทีชั้นจะกลับไปอยู่บ้าน"
"เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมเปลี่ยนใจเร็วจังวะ"
"ไม่รู้เว้ย เกิดคิดถึงบ้านขึ้นมากะทันหันมั๊ง" เสียงทุ้มเอ่ยตอบ ก่อนจะเดินหายกลับเข้าบ้านของตัวเองไป ท่าทางผีเข้าผีออกที่ทำเอาคังอินอยากจะถวายเท้าให้ไปสักที เผื่อว่ามันจะช่วยให้อีกฝ่ายปกติเหมือนเดิมขึ้นมา
"อ้อ เห็นว่าเมื่อคืนจุนซูถูกปล่อยเกาะเหรอวะ" เสียงคังอินถามขึ้นมาอย่างนึกได้ เพราะก่อนมาถึงนั้นจุนซูโทรมาบ่นอุบไปแล้วรอบนึง ว่าถูกยูชอนทิ้งไว้ข้างทางจนต้องโทรให้ยุนโฮมันไปรับแทน
"อือ ยังไม่ได้โทรไปถามยูชอนมันเลยว่านึกยังไงถึงไปแกล้งแบบนั้น" เสียงยุนโฮบอกพลางทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาในบ้านตัวเอง
"แกก็รู้ว่ายูชอนมันเป็นคุณชายมีปม ถ้าไม่เพราะไอ้หมอนั่นยังตามมาหลอกหลอนมันก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก พูดไปพูดมาก็ไม่รู้จะช่วยมันยังไง เพราะมันเองก็ไม่ได้ไปทำเค้าไว้น้อยๆเหมือนกัน ชีวิตน้องชายทั้งคนรายนั้นมันคงไม่ลืมง่ายๆเป็นธรรมดานั่นละ" เสียงคังอินพูดไปถึงความจริงที่ตัวเองรู้มาอย่างนึกกังวลอยู่เหมือนกัน
"แต่เรื่องตอนนั้นมันเป็นอุบัติเหต เรื่องที่เกิดไปแล้วยังไงก็กลับไปแก้ไขไม่ได้อีก ส่วนเรื่องช่วยหรือเข้าไปยุ่ง ก็รอให้ยูชอนมันพูดออกมาก่อนก็แล้วกัน" เสียงยุนโฮเอ่ยบอกออกไป
.
.
.
///////////////////
หน้ารั้วบ้านสูงใหญ่ที่ทำเอามองข้ามเข้าไปไม่เห็นข้างใน ชายหนุ่มในเสื้อเจ๊กเก็ตสีเข้มกำลังพาตัวเองลงจากรถมอเตอร์ไซต์มายืนมองรั้วสูงลิบตรงหน้านั้น
ใบหน้าชายหนุ่มที่ไม่ได้ดูขี้ริ้วขี้เร่ หากแต่สายตาที่กลับดูไม่มีความเป็นมิตรอยู่ในนั้นกำลังทำเอาคนเฝ้าประตูบ้านที่เปิดออกมาทักทายนั้นลังเล
"เอ่อ มาหาใครครับ"
"ปาร์คยูชอน"
"แล้วจะให้บอกว่าใครต้องการพบครับ"
"ไปบอกว่า อดีตเพื่อนรักมาหาก็พอ" เสียงชายหนุ่มเอ่ยบอกออกไป พลางมองคนเฝ้าบ้านนั้นอย่างพอเข้าใจว่าอีกฝ่ายคงเพิ่งมาอยู่ที่นี่ช่วงหลังๆ เพราะถ้าเป็นคนเก่าเมื่อหลายปีก่อนคงต้องรู้จักและจำตัวเองได้อยู่แล้ว คิดพลางมองช่องประตูที่ปิดลงและร่างที่หายไปนั้นอย่างคาดเดา
ไม่นาน รั้วบ้านสูงใหญ่ที่เคยปิดทึบอยู่ตรงหน้านั้นจะค่อยๆเปิดออกด้วยการทำงานแบบอัตโนมัติ พร้อม กับรถคันสวยสีเข้มที่ขับเคลื่อนออกมาพร้อมกับชายหนุ่มที่ตนมารอ นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถคันนั้น
รถคันสวยที่ไม่ใช่มอเตอร์ไซต์อย่างที่เจ้าตัวชอบใช้อย่างทุกที ขับผ่านออกไป ท่าทางที่ทำเอาคนที่มายืนรอยกยิ้ม หันกลับไปยังยังรถของตัวเองแล้วสตาร์ทขับตามออกไป
.....
"ช่วงนี้ชั้นลำบากอีกแล้ว" เสียงเอ่ยบอกออกมาพร้อมกับสายตาที่มองไปยังยูชอนที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไป จากรถที่จอดอยู่ริมถนนเลียบคลองแคบๆแห่งนี้
"จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา แต่ทำไมถึงไปยุ่งที่บ้าน ชั้นบอกให้นายโทรมาก็พอไม่ใช่เหรอไง" เสียงยุชอนเอ่ยถามอีกคนออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นอีกฝ่ายไปถึงที่บ้านแบบนี้
"ก็แหม คนเคยสนิทเดินเข้าออกอยู่บ่อยๆ พอไม่ได้มานานๆเข้ามันก็ต้องคิดถึงกันบ้างเป็นธรรมดา เมื่อก่อนมินวูคนนี้เคยเข้าไปทักทายพ่อนายด้วยซ้ำนี่"
"แต่นั่นมันเมื่อก่อน" เสียงยูชอนตอบออกไปอย่างไร้ความรู้สึกและไม่ใส่ใจมากนัก ท่าทางที่ทำเอาคนที่คุยด้วยไม่ชอบใจ
"แกมันยังไม่เลิกมองข้ามหัวคนอื่นอีกเหรอยูชอน คิดว่ามีเงินแล้วเป็นพระเจ้าเหรอไง แกอาจคิดแต่ชั้นไม่คิด อย่าลืมสิ ว่าเงินแกมันทำให้น้องชั้นฟื้นขึ้นมาไม่ได้"
"อย่าพูดเหมือนนายเป็นพี่ที่รักน้องชายเลย ชั้นฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ คราวนี้จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา" เสียงยูชอนเอ่ยถามอีกครั้งไปเป็นการตัดบท
"สิบล้านวอน"
"...มากไป ชั้นคงให้ไม่ได้" เสียงยูชอนบอกพลางจัดการกดรีโมทปลดล๊อครถของตัวเองและเตรียมจะเดินกลับ
"มากไป? สิบล้านวอนน่ะเหรอมากไปสำหรับแก? ตลกน่ายูชอน ตอนพ่อแกจ่ายค่าทำศพน้องชั้นมันเคยมากกว่านี้นี่" เสียงมินวูเอ่ยบอกไล่หลังอีกคน คำบอกที่ทำเอายูชอนต้องหันกลับมา
"มันไม่มากสำหรับชั้นหรอก... แต่คนที่เอาวิญญาณน้องตัวเองมาขาย ดูยังไงก็ไม่น่าจะมีค่าถึงเงินพวกนั้นหรอก..ไม่สิ ไม่มีค่าสำหรับเงินวอนเดียวเลยต่างหาก" เสียงเอ่ยบอกออกมาเรียบๆแต่เจือความดูแคลนอยู่ในนั้น
"ปากยังดีเหมือนเดิมเลยนะ แกจะพูดอะไรไปก็ไม่ดีไปกว่าชั้นนักหรอก ....เงินนั่น เซนต์เป็นเช็คมาก็ได้ สะดวกดี"
"ไม่ละ ชั้นบอกแล้วว่าคราวนี้มากไป"
"อย่าลีลาน่า หรือมันต้องได้เลือดกันก่อนถึงจะยอมจ่าย?" เสียงบอกมาพร้อมกับมือที่คว้าเอาคอเสื้อของอีกคนเอาไว้ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงเฉยเมยไม่ต่างจากเดิม
"หนอย ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ!"
.
.
.
"ไปแยกหน้าเลี้ยวทางไหนครับ" เสียงคนขับรถเอ่ยถามพลางมองเจ้านายคนเล็กของบ้านที่หลังจากเข้าไปดูงานที่ธนาคารแล้วก็จะแวะซื้อของก่อนจะกลับ
"เลี้ยวขวาฮะเลี้ยวขวา ร้านนี้ทำขนมอร่อยมากเลยนะ โชคดีจริงๆที่เคยลงรถผิดป้ายหลงมาเจอ" (- -") เสียงจุนซุเอ่ยบอกออกไปพลางมองไปยังเส้นทางข้างเคียงอย่างพยายามตั้งใจดูไม่ให้มันเลยร้านที่ตัวเองตั้งใจจะมาไป ก่อนจะต้องเพ่งสายตามองไปยังข้างทางตรงหน้านั้นอย่างอดไม่ได้
"มีอะไรเหรอครับ" เสียงคนขับรถเอ่ยถามเมื่อดูคนที่นั่งอยู่ข้างหลังแทบจะเอาหน้าทะลุกระจกรถออกไปแล้วถ้าทำได้
"จอดๆๆ จอดก่อนฮะ จอดก่อน" เสียงจุนซุเอ่ยบอกออกไป พร้อมกับคนขับรถที่ทำตามทันที รถเก๋งคันใหญ่จอดเทียบอยู่ข้างทางอย่างเรียบร้อยพร้อมกับจุนซุที่รีบเปิดประตูรถของตัวเอง แล้ววิ่งข้ามถนนไปยังอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว
"ยะ ยูชอน...นาย...ฆ่าคนตายเหรอ..." เสียงจุนซุที่ยืนหน้าซีดถามคนที่ยืนปาดเลือดที่กบริมฝีปากตัวเองอยู่พลางมองไปยังร่างชายหนุ่มอีกคนที่ฟุบหน้าอยู่ที่พื้น
"ยุ่งอะไรด้วยมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย" เสียงยูชอนเอ่ยบอกออกไป
"หมอนั่นไม่ตายแน่นะ" เสียงจุนซูถามออกไปอีกครั้ง พลางมองสภาพของยูชอนที่ดูก็รู้ว่าคงมีเรื่องทะเลาะกันมากกว่าเป็นการคุยกันแบบมิตรภาพทั่วไป (- -")
"อะ อ้าว! นายจะไปแล้วเหรอ แล้วหมอนี่ล่ะ" เสียงจุนซูร้องถามคนที่อยู่ๆก็เดินกลับไปขึ้นรถตัวเองเสียแล้ว
"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องยุ่ง ปล่อยไว้อย่างนั้นนั่นละ" เสียงทุ้มของยูชอนเอ่ยบอกออกมา ก่อนจะเลี้ยวรถของตัวเองแล้วขับหายออกไปจริงๆ ปล่อยให้จุนซูได้แต่ยืนเหวอแล้วก้มมองคนที่ไร้สติไปแล้วนั้นอย่างลังเล...
ทำยังไงละ โทรแจ้งตำรวจเหรอ ถ้าอย่างนั้นยูชอนจะต้องโดนจับหรือว่าหมอนี่จะต้องโดนจับละ (- -")
เจ้าของใบหน้าน่ารักยืนคิดอย่างหนักใจ ก่อนจะจิ้มมือลงไปแตะยืนยันดูว่าอีกคนไร้สติไปแล้วจริงๆ
"มีอะไรครับ" เสียงคนขับรถที่ข้ามฟากตามมาเอ่ยถามเจ้านายของตัวเองออกไป
"คือ...เดี๋ยวช่วยกันพาคุณคนนี้ไปส่งโรงพยาบาลหน่อยก็แล้วกันนะฮะ" เสียงจุนซุเอ่ยบอกออกไป ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปช่วยพยุงเอาคนที่สลบไปแล้วขึ้นมา...
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะปรือตาขึ้นมามองจุนซูเล็กน้อยก่อนจะกลับไปหลับสนิทอีกครั้ง ทิ้งเพียงเสียงพึมพำเบาๆเอาไว้...
แทอิน...
.
.
.
///////////////////
TBC.