Ka-wa-ii......[7-8]

posted on 19 Nov 2008 23:14 by khapp in Ka-wa-i
 

Ka-wa-ii

Historical?+Yaoi

Yunho x Jaejoong

 

Ka-wa-ii.......[7]

 

 

"ยาข้าละ" เสียงเบาเอ่ยถามมูยองข้ารับใช้ของตัวเองออกไปเมื่อพบว่าวันนี้อีกฝ่ายไม่ได้ยกยาที่หมอของตระกูลชิมจัดไว้ให้มาด้วยอย่างทุกที

"หมดแล้วค่ะ"

"อย่างนั้นรึ แต่ก็เอาเถอะ ช่วงนี้ข้าก็ดีขึ้นมากแล้วคงไม่ต้องกินยานั่นอีกแล้วก็ได้กระมัง" แจจุงเอ่ยลบอกพลางหันกลับไปยังถ้วยชาที่วางไว้ข้างอาหารที่เพิ่งทานเสร็จไปเรียบร้อยแล้วแทน

"แต่เห็นว่าพรุ่งนี้ท่านหมอคนเดิมจะเข้ามาอีก ท่านจะให้ข้าให้คนไปแจ้งว่าท่านว่างตอนไหนคะ" เสียงมูยองเอ่ยถามชายหนุ่มเจ้านายของตนออกไป

"พรุ่งนี้ เอาเป็นช่วงเช้าก็ได้ เพราะหลังจากนั้นข้าจะไปที่กรมหลวงแล้วกว่าจะกลับอีกทีก็คงค่ำๆเลย"

"ได้ค่ะ แล้วข้าจะให้คนไปบอกไว้...เอ่อ..."

"เจ้ามีอะไรอีกอย่างนั้นรึ?"

"ข้า...ข้าอยากถามอะไรท่านสักหน่อย..."

"เจ้ามีอะไรอยากถามก็ถามข้าได้เลยมูยอง ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องกลัว"

"คือ ข้าอยากจะถามว่า ถ้าข้าจะขอกลับไปอยู่ที่หัวเมืองชายแดนกับสามีข้า ท่านจะว่าอะไรรึไม่ คือ ไม่ใช่ว่าอยู่ที่นี่ไม่ดีนะท่าน เพียงแต่ข้าอยากกลับไปอยู่ชนบทก็เท่านั้น" เสียงมูยองเอ่ยบอกออกไปพลางมองสีหน้าของอีกคน...

"แล้วท่านเจ้ากรมละ?"

"ท่านเจ้ากรมยกข้าให้ท่านปกครองแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นการตัดสินใจของท่าน" เสียงมูยองบอกพลางก้มหน้าซ่อนคาวมลำบากใจเอาไว้ เพาะนางเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ให้อึดอัดใจแล้วเหมือนกัน ถ้านางทำงานให้ท่านเจ้ากรมเสร็จเรียบร้อยคราวนี้นางจะขอไปอยู่ที่อื่นสักที

"อย่างนั้นรึ ถ้าอย่างนั้นข้าก็คงต้องตามใจเจ้า" เสียงแจจุงเอ่ยบอกออกไปเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายก็อายุมากแล้วคงอยากใช้ชีวิตสงบกับครอบครัวก็เป็นได้

"แล้วเจ้ารีบรึเปล่า ถ้าเจ้าต้องการจะย้ายภายในเวลาใกล้ๆ ข้าจะได้ให้ฮีซอลเตรียมหาคนไว้แทนเจ้า แต่เจ้าคิดจะไปแล้วจริงๆอย่างนั้นรึ เจ้าเพิ่งมาอยู่กับข้าได้ไม่นานแท้ๆ"

"ข้าขอโทษท่าน แต่ข้ากลัวว่าถ้ายิ่งอยู่รับใช้ท่านนานไปข้าอาจจะไม่กล้าขอท่านแบบนี้ก็เป็นได้" เสียงมูยองเอ่ยบอกไป

คำบอกที่ทำเอาอีกคนรับฟังไว้อย่างเข้าใจ

"ก็ได้ ก็แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน"

"ข้าขอบใจท่านมาก ท่านแจจุง" เสียงมูยองเอ่ยบอกออกมาจากใจจริง เพราะดูเหมือนยิ่งอีกฝ่ายดีกับนางเท่าไรนางก็ยิ่งลำบากใจมากขึ้นทุกวันเหมือนกัน

.

.

.

"อ้าว  ท่านแจจุง ข้านึกว่าวันนี้ท่านจะไม่มาเสียอีก" เสียงฮีซอลเอ่ยทักทายขึ้นทันทีที่เห็นเจ้าของร่างบางที่ก้าวผ่านเข้าประตูกรมหลวงเข้ามา

"ข้าเบื่อแล้ว อยู่บ้านทุกวันแบบนั้นข้านึกว่าข้าเป็นคนไร้แก่นสารไม่มีงานทำไปแล้ว ข้าเลยต้องมาที่นี่สักทียังไงละ" เสียงแจจุงเอ่ยบอกออกไปพลางมองไปยังเหล่าทหารที่กำลังยืนเรียงรายเป็นทิวแถวอยู่ภายในรั้วนี้หนาตากว่าทุกทีอย่างแปลกใจ

"มีอะไรกันรึ?"

"ไม่มีอะไรไหรอกท่าน ท่านยูชอนเรียกเหล่าพลยามมาจัดการสั่งงานและแบ่งงานให้เพิ่มเติมสำหรับรับมืองานเลี้ยงที่จะมาถึงในวังยังไงละท่าน เพราะเห็นว่าคราวนี้องค์กษัตริย์ได้เชิญคนต่างเมืองเข้ามาด้วย" เสียงฮีซอลเอ่ยแจกแจงและอธิบายไปยังอีกคน

"จริงสิแล้วท่านละ เตรียมพร้อมรึยัง?"

"เตรียมพร้อม อย่างนั้นรึ อย่างข้าต้องเตรียมอะไรด้วยอย่างนั้นเหรอ" เสียงเบาเอ่ยถามอีกคนออกไปอย่างแปลกใจ

"อ้าว ก็ในเมื่อท่านเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีรายชื่อให้เข้าไปท่านก็ต้องเตรียมตัวรู้พิธีการและงานคร่าวๆยังไงละ

"อ้อ จริงสินะ ข้าก็มัวแต่กังวลเรื่องอื่นจนลืมไปเลย"

"กังวลเรื่องอื่น?"

"ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่เรื่องที่ข้าป่วยไม่หายสักทีนี่ยังไงละ ดีนะที่ตอนนี้ไม่เวียนหัวหนักแบบยคราวก่อนแล้ว"

"ใช่ นั้นสินะ ท่านก็ต้องระวังเรื่องนี้เอาไว้ให้มากๆ เพราะถึงท่านจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะคนต่างถิ่น แต่ท่านมั่นใจเถอะว่าหลายคนที่นี่ห่วงท่านไม่ต่างไปจากคนในครอบครัวเลย..."

แถมดูท่ามีบางคนจะห่วงมากกว่าคนอื่นเสียด้วยซ้ำ ฮีซอลคิดพลางนึกไปถึงอีกคนที่ตอนนี้ถูกส่งไปอยู่ชานเมืองเสียแล้ว

"ข้ารู้ ข้าถึงเกรงใจพวกเจ้ายังไงละ ข้าไม่ได้อยากทำตัวให้พวกเจ้าเป็นห่วงแบบนี้เลยรู้รึเปล่า" เสียงบอกออกมาอย่างทุกข์ใจ

"เอาเถอะ ท่านอย่าคิดมากเลย ว่าแต่ ท่านไม่ได้ข่าวอะไรกลับมาจากทางท่าเรือบ้างเลยอย่างนั้นรึ?"

"ข่าว?" ช่วงที่เขาป่วยหลายวันนั่นมันมีอะไรเกิดขึ้นหรือยังไงกัน

"ไม่ใช่ข่าวอะไรใหญ่โตหรอกท่าน แต่เป็นข่าวจากทหารที่เดินสารส่งข่าวเป็นระยะจากกรมกับที่ท่าเรือนะท่าน"

"..."

"เห็นว่าช่วงนี้ท่านยุนโฮวุ่นวายน่าดู" เสียงฮีซอลเอ่ยบอกพลางชำเลืองมองสีหน้าของอีกคนที่แม้จะดูนิ่งไป แต่ก็นิ่งเพราะกำลังสนใจอยู่แน่ๆ

"ที่นั่นมีปัญหาอย่างนั้นเหรอ"

"ก็ไม่เชิงหรอก เรื่องงานน่ะมันก็มี แต่ที่ข้าได้ข่าวเพิ่มมามันเป็นเรื่องนอกงานมากกว่า" เสียงฮีซอลเอ่ยบอกพลางคลี่ยิ้ม

"หมายความว่ายังไงรึ?"

"ฮ่าๆๆ ก็ท่านยุนโฮน่ะสิ สงสัยจะเสน่ห์แรงไปหน่อย เลยมีตระกูลมั่งมีย่านนั้นจะยกบุตรสาวให้กันทั้งนั้น ฮ่าๆๆ ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย~" เสียงฮีซอลเอ่ยบอกพลางชำเลืองมองไปยังคนข้างๆเหมือนเดิม

"ไม่รู้อะไร?"

"ก็ไม่รู้ว่าท่านยุนโฮ มีคนที่ชอบอยู่แล้วนะสิ! ฮ่าๆๆ" เสียงฮีซอลเอ่ยบอกพลางมองไปยังคนตรงหน้าอย่างไม่ปกปิดว่าที่ตัวเองพูดออกไปนั้นหมายถึงใคร ...

.

.

.

X X X X X X X X X

 

ที่เมืองท่า ย่านที่เต็มไปด้วยเหล่าพ่อค้าและเหล่าคนหลากหลายเชื้อสาย ร่างสูงที่เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่นานกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยตามปกติ ดวงตาเรียวมองไปยังจำนวนเรือสำเภามากมายที่จอดเทียบท่าเรียงรายกันอยู่นั้นอย่างใช้ความคิด...

ปีก่อนที่ตนมาที่นี่ จำนวนเรือที่เข้ามายังไม่เห็นจะมากเหมือนตอนนี้เลย

ดูท่า การค้าขายมันกำลังแพร่กระจายและขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนแล้วจริงๆ คิดพลางหันไปมองยังเหล่าจับกังที่ยังหาบเอาสินค้าถ่ายขึ้นลงจากเรือลำใหญ่ที่เรียงรายกันอยู่นั้นเป็นระยะ

"สวัสดีท่านยุนโฮ" เสียงพ่อค้าสูงวัยที่ช่วงนี้คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีเอ่ยทักทายชายหนุ่มในชุดมือปราบที่ขยันมาตรวจตราที่นี่ทุกวัน

"สวัสดีท่าน"

"ข้านึกว่าท่านจะกลับไปเมืองหลวงเสียอีก"

"ไม่หรอก ข้ายังไม่มีหมายเรียกให้กลับไปตอนนี้"

"อะไรกัน ก็เห็นว่าในวังจะมีงานอีกแล้ว ข้าก็นึกว่าท่านจะต้องถูกเรียกตัวเข้าไปช่วยด้วยน่ะสิ"

"ไม่หรอกท่าน ถึงข้าไม่อยู่ ที่เมืองหลวงก็ใช่ว่าจะไม่มีคนคอยดูแล เพราะตอนนี้งานทุกอย่างยูชอนสหายข้าก็กำลังรับไว้ในความรับผิดชอบอยู่"

"อ้อ ท่านยูชอน ที่เคยต้องโทษเมื่อคราวก่อนน่ะรึ" เสียงชายสูงวัยเอ่ยบอกออกไปอย่างนึกรู้ คำพึมพำที่ทำให้ยุนโฮรู้ว่าชายตรงหน้านี่เป็นคนหูตากว้างขวางอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน หากแต่ไม่นานยุนโฮที่ยืนุยกับชายสูงวัยนี้อยู่ก็ต้องชะงักไปเมื่อมองไปยังอีกทางแล้วพบกับใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างสำเภาเรือลำใหญ่

"ท่านรู้จักสินะ" เสียงชายสูงวัยเอ่ยบอกออกมาเมื่อมองตามสายตาของยุนโฮไป

"ใช่ท่าน เพราะที่เมืองหลวงข้าก็รู้จักกับตระกูลชิมคนน้องอยู่บ้าง"

"แล้วคนพี่ละ ชิม ซอนอินคนนี้ท่านเห็นว่าเป็นอย่างไร" เสียงชายสูงวัยถามออกปำพลางมองไปยังชายหนุ่มท่าทางกร่างที่กำลังยืนตะโกนสั่งข้ารับใช้ให้ขนของเข้าออกจากเรือของตระกูลชิมเป็นพันละวัน

"ข้าคงเอ่ยอะไรมากไม่ได้ เพราะข้าเองก็ไม่ได้พบกับอีกฝ่ายบ่อยนัก...นอกเสียจากเวลางาน" ซึ่งส่วนใหญ่ที่เจอกันก็เพราะซอนอินเป็นฝ่าไปก่อเรื่องไว้ทั้งนั้น

"ท่านไม่ต้องมาเลี่ยงเลย ข้ารู้ว่าท่านก็รู้นิสัยของตระกูลชิมคนโตนี่ดีพอๆกับข้านั่นละ เห็นว่าสำมะเลเทเมา ไม่รู้นี่นึกยังไงขึ้นมาถึงได้มาคุมงานที่ท่าเรืออย่างนี้ จะว่าเปลี่ยนนิสัยแล้วข้าเองก็ยังให้ข้องใจอยู่"...เสียงชายสุงวัยเอ่ยบอกคำบอกที่ยุนโฮนึกตาม เพราะความจริงเขาเองก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกันที่เห็นซอนอินอยู่ที่นี่มาได้พักใหญ่แล้ว

"สวัสดีท่านยุนโฮ" หากแต่ไม่นานชายหนุ่มอีกคนก็แทรกการสนทนาของสองคนที่ยืนอยู่ก่อนขึ้น

"สวัสดีท่านดองวุค" เสียงยุนโฮเอ่ยทักทายอีกคนไปอย่างจำได้

"ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวกลับไปดูคนของข้าก่อนนะท่าน" เสียงชายสูงวัยเอ่ยบอกออกมาก่อนจะขอตัวลาหายไปอีกทางเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงมีธุระอื่นต้องคุยต่อ

 

"ข้าขอโทษที่ไม่ได้แจ้งท่านไว้ล่วงหน้า แต่จากกำหนดเดิมที่บอกไว้ว่าเรือของข้าจะออกจากที่นี่ในวันมะรืน ข้าคงต้องขอยืดออกไปอีกหน่อย" เสียงชายหนุ่มเอ่ยบอกออกไปยังยุนโฮที่ดูมีสีหน้าลำบากใจ

"ไม่ต้องห่วงท่านยุนโฮ ข้าจะให้คนของข้าถอยเรือไปจอดไว้อีกทางที่ห่างท่านี้ออกไปไม่กีดขวางพ่อค้ารายอื่นแน่นอน" เสียงวดองวุคเอ่ยบอกออกมา

"ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทำตามที่ท่านว่าไปเลยก็ได้" เสียงยุนโฮเอ่ยบอกออกไปเมื่อเห็นว่าที่อีกฝ่ายเสนอมาก็เป็นทางออกที่ดี

"แต่ทำไมท่านถึงเปลี่ยนกำหนดการละ

"ข้าแค่ถ่ายสินค้าได้ไม่ตามเป้าน่ะท่าน ข้าเลยคิดว่าจะยืดเวลาออกไปอีก"

"อย่างนั้นรึ"

"แต่ท่าเรือออกจะตั้งกว้าง แต่แบ่งไว้ให้สำหรับพ่อค้าขาจรอย่างข้าได้แทรกตัวน้อยเหลือเกิน อภิสิทธิ์และแนวท่าส่วนมากนั้นกลับถูกปิดไว้สำหรับสำเภาตระกูลชิมเท่านั้น พ่อค้านอกอย่างข้าช่างรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียจริง ทางการไม่คิดจะแบ่งสัดส่วนให้เป็นธรรมมากกว่านี้สักหน่อยเลยรึ"

"แต่ข้าว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีแล้วนะท่าน เพราะตระกูลชิมได้รับตราอนุญาตให้ขนสินค้าหลักๆและสินค้าสำคัญที่ใช้ในวังหลวง และเหล่าข้าราชบริพารส่วนใหญ่ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ปริมาณที่น้อยอยู่"

"แหม ถ้าไม่น้อยก็ต้องมีการปันส่วนแบ่งตรานั้นให้ผู้อื่นได้ถือสิทธิ์บ้างสิท่าน"

"เรื่องตรานั้นคงต้องเป็นความเห็นของส่วนกลาง ข้าคงตอบท่านไม่ได้...แต่ถ้าท่านคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะรับหน